ดูแลผิว

เบบี้ออยล์ถือเป็นอีกหนึ่งในบิวตี้ไอเทมที่ควรมีติดบ้าน  ด้วยความสารพัดประโยชน์ แถมยังราคาไม่แพง ใคร ๆ ก็ใช้ได้เพราะอ่อนโยนต่อผิว ประยุกษ์ใช้กับวัตถุดิบอื่น ๆ เสริมความงามได้หลากหลายอีกด้วยนะ วันนี้เราจะมาชี้แนะการใช้เบบี้ออยล์บำรุงผิวกันเลย จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูพร้อมๆ กัน 

บำรุงผิว

สำหรับคนที่รู้สึกว่าผิวตัวเองแห้งกร้าน  ยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่อากาศแห้งแบบนี้ก็คงไม่มีใครอยากจะมีผิวที่แห้งสักเท่าไหร่เพียงหยดลงบนฝ่ามือและลูบไล้ตามผิวหลังจากอาบน้ำและเช็ดตัวให้แห้งหมาดๆ ก็จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้านได้อย่างดีเยี่ยมเลย

เช็ดเครื่องสำอาง

เพียงแค่ใช้เบบี้ ออยล์ มาชุบสำลีใช้เป็น Make up remover นอกจากจะทำความสะอาดได้ดีแล้ว ยังช่วยช่วยให้ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้น อ่อนโยนต่อผิว ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย

บำรุงเล็บและมือ

มือของเราก็เป้นอีกหนึ่งสัมผัสที่จะต้องจับกับคนอื่นๆ การที่มือเราแห้งด้านก็อาจจะไม่ดีสักเท่าไหร่นัก ลองใช้เบบี้ออยทาให้ทั่วมือทั้งสองข้าง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้มือนุ่มชุ่มชื่นแล้ว 

สร้างสรรค์เครื่องสำอางชิ้นใหม่

คุณสามารถ D.I.Y เครื่องสำอางเพียงมีเบบี้ออยล์ เพียงแค่นำเบบี้ออยล์มาผสมกับชิมเมอร์ที่คุณชื่นชอบ แล้วนำมาทาบนผิวก็จะได้ลุคดิวอี้ ผิวฉ่ำวาวสไตล์เกาหลีที่ติดทนแถมดูสุขภาพดีได้แล้ว

ใช้สครับริมฝีปาก

ใครที่ปัญหาริมฝีปากคล้ำ อยากจะให้ปากดูอมชมพูก็ลองน้ำเบบี้ออยล์ 1 ช้อนชาผสมกับน้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา นวดคลึงเป็นวงกลมติดต่อกันนาน 2-3 นาที เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยขจัดเซลล์ผิวที่แห้งเป็นขุยออกไปได้แล้ว พร้อมเผยริมฝีปากที่เนียนสวยแล้ว

บำรุงเส้นผม

ลืมคอนดิชันเนอร์และทรีตเมนต์ไปได้เลย เพียงใช้ออยล์ชโลมผม 3-5 นาที แล้วล้างออก เราก็จะได้ผมนุ่มสวย หนังศีรษะไม่แห้งเป็นขุยรังแคอีกด้วย หลังซับผมจนหมาดก็ให้ชโลมออยล์บำรุงก่อนเป่าผมและหนีบผมอีกรอบ แค่นี้ก็สวยพริ้วแล้ว

บำรุงผิวหลังการกำจัดขน

หลังการกำจัดขนจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นระคายเคือง การทาออยบริเวณดังกล่าวจะช่วยลดการระคายเคือง และช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่มขึ้น

สครับผิวให้เนียนสวย

นอกจากจะใช้สครับปากแล้วคุณสามารถใช้เบบี้ออยล์เป็นส่วนผสมในการสครับตัวได้ด้วย เพียงใช้เบบี้ ออยล์ ผสมเข้ากับเกลือสำหรับขัดผิว นวดวนที่ผิวกาย เน้นในจุดที่แห้งกร้าน ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก ผิวจะเนียนนุ่ม ดูเปล่งปลั่งเลย 

บ้านใครที่มีเบบี้ออยล์อยู่ก็สามารถหยิบขึ้นมาใช้บำรุงผิวได้เลย หรือใครที่ยังไม่มีให้รีบไปซื้อมาติดห้องน้ำไว้เลย 

Explore More

วิธีเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิวจริงๆ ไม่ใช่ตามกระแส

วิธีเลือกสกินแคร์

รู้จักสภาพผิวของตัวเองอย่างละเอียด ก่อนจะลงทุนกับสกินแคร์ชุดใหม่ ให้เริ่มจากการสังเกตผิวอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ดูว่าเป็น “ผิวมัน” หรือ “ผิวแห้ง” เท่านั้น แต่สังเกตความมันบนทีโซน การลอกเป็นขุย บริเวณแพ้ง่าย หรือการมีรอยแดงบ่อยๆ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ได้ตรงจุดมากกว่าแค่ตามชื่อประเภทผิวลองทำการทดสอบง่ายๆ เช่น ล้างหน้าแล้วรอ 30 นาทีเพื่อดูความรู้สึกของผิว หรือใช้กระดาษซับมันในช่วงต่างๆ ของวันเพื่อประเมินระดับความมัน การรู้ช่วงเวลาที่ผิวตอบสนองแตกต่างกัน เช่น เช้า-เย็น จะช่วยวางแผนสกินแคร์ที่เหมาะสมอย่าลืมพิจารณาปัจจัยภายนอกที่มีผล เช่น อากาศ แสงแดด สภาพแวดล้อมการทำงาน และฮอร์โมน ช่วงวัยและประวัติการแพ้ก็มีผลมากต่อการเลือกส่วนผสมที่ปลอดภัย การวางแผนสกินแคร์ควรยืดหยุ่นตามสภาพผิวที่เปลี่ยนได้ตามฤดูกาลและสภาวะร่างกายหากไม่แน่ใจ

เครื่องสำอางจากธรรมชาติ VS เครื่องสำอางทั่วไป: ต่างกันอย่างไร?

เครื่องสำอางจากธรรมชาติ VS เครื่องสำอางทั่วไป

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและความงามมากขึ้น เครื่องสำอางได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของหลายคน แต่ท่ามกลางผลิตภัณฑ์มากมายในท้องตลาด เราจะพบว่ามีการแบ่งประเภทเครื่องสำอางที่น่าสนใจคือ “เครื่องสำอางจากธรรมชาติ” และ “เครื่องสำอางทั่วไป” ซึ่งมีความแตกต่างกันในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม กระบวนการผลิต ผลกระทบต่อผิวและสิ่งแวดล้อม รวมถึงราคาและประสิทธิภาพ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างเครื่องสำอางทั้งสองประเภทนี้ เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและค่านิยมของตัวเองได้อย่างชาญฉลาด ส่วนผสมและแหล่งที่มา เครื่องสำอางจากธรรมชาติมีจุดเด่นที่การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก เช่น สารสกัดจากพืช น้ำมันจากธรรมชาติ แร่ธาตุ และสารอื่นๆ ที่มาจากแหล่งธรรมชาติโดยไม่ผ่านการสังเคราะห์ทางเคมีมากนัก ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะหลีกเลี่ยงการใช้สารกันเสีย สารแต่งกลิ่นสังเคราะห์ สารลดแรงตึงผิวที่รุนแรง และสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น พาราเบน ซิลิโคน และซัลเฟต

เกราะป้องกันผิว: วิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิวแต่ละประเภทอย่างมืออาชีพ

ครีมกันแดด

ครีมกันแดด (Sunscreen) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์เสริม แต่คือขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวและป้องกันปัญหาระยะยาว การเลือกใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสมกับผิวแต่ละประเภทเป็นกุญแจสำคัญ เพราะสูตรที่ไม่เข้ากับผิวอาจนำไปสู่ปัญหาการอุดตัน สิว หรือการระคายเคือง บทความนี้จะเปิดเผยเทคนิคการเลือกครีมกันแดดอย่างมืออาชีพ โดยเน้นที่การทำความเข้าใจส่วนผสมและการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผิวคุณ 1. เข้าใจประเภทของครีมกันแดด: เกราะป้องกันสองรูปแบบ ครีมกันแดดแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีกลไกการทำงานและเหมาะกับผิวที่แตกต่างกัน: 1.1 Physical Sunscreen (แบบกายภาพ) 1.2 Chemical Sunscreen (แบบเคมี) 2. การเลือกครีมกันแดดตามประเภทผิว (Skin Type Specific) การเลือกครีมกันแดดที่ถูกต้องต้องสอดคล้องกับคุณสมบัติเฉพาะของผิวคุณ: 1.